ทิ้งเมืองกรุงมุ่งสู่พื้นที่ที่ไม่รู้จักเพื่อเริ่มต้นอาชีพเกษตรยุค IoT ของครอบครัวสิมศรี

 

ก่อนจะเป็นลุงสนั่น เกษตรกรที่เปิดพื้นที่แปลงผักให้เป็นพื้นที่เรียนรู้การทำเกษตรด้วยเทคโนโลยี ในอดีตเขาคือคนที่อ่านหนังสือไม่ถนัดและใช้โทรศัพท์เป็นแค่โทรเข้าและรับสายเพียงเท่านั้น โดยลุงสนั่นเล่าให้ฟังว่า ลุงกับภรรยาและลูกสาวเป็นคนต่างจังหวัดก่อนจะย้ายมาทำงานที่กรุงเทพกว่า 20 ปี ซึ่งลุงสนั่นนึกย้อนให้ฟังถึงช่วงเวลาที่ทำมาหากินอยู่ที่กรุงเทพถือเป็น ชีวิตที่ลำบาก แต่ก็ยังโชคดีที่มีภรรยาและลูกสาวอยู่เคียงข้าง กระทั่งวันหนึ่งเจ้านายได้ซื้อสวนที่วังน้ำเขียวเพื่อปลูกผัก และพอลุงสนั่นรู้เข้าเลยขอเจ้านายไปเฝ้าสวน ด้วยความไว้ใจของเจ้านายจึงตกลงให้ลุงสนั่นย้ายไป เฝ้าสวน ลุงสนั่นจึงพาภรรยาไปด้วยกัน แต่ทว่าลูกสาวยังคงทำงานประจำที่กรุงเทพ

 

 

“ชีวิตที่นั่นลำบากมาก เพราะเราไม่รู้จักใครสักคน เวลานอนก็นอนกันในเต็นท์ ฝนตกแต่ละครั้งก็ลำบาก แต่พวกเราก็มีความสุข เพราะผมเองก็รักการทำเกษตร ครอบครัวของผมก็ประกอบอาชีพเกษตรกร เมื่อได้มาอยู่กับสวน อยู่กับธรรมชาติ พวกเรามีความสุขกว่าชีวิตที่กรุงเทพ พอเวลาผ่านมาได้ 8 เดือน ผมคิดว่าอยากจะมีสวนเป็นของตัวเอง เลยถามเจ้านายว่าพอจะมีที่ดินขายให้บ้างไหม ซึ่งเจ้านายก็ตอบว่า งั้นเอาที่ดินที่ลุงเฝ้าไปแล้วกัน ผมก็เลยลาออกแล้วเริ่มต้นชีวิตเกษตรกรอย่างจริงจังกับภรรยา”

 

 

“ผมกับภรรยาเริ่มเตรียมที่ดิน 10 แปลง โดยใช้เวลา 13 เดือน เพื่อให้เหมาะกับการปลูกผัก พอถึงกำหนดเราก็เอาผักมาลง ผลปรากฏว่า ผักออกมาสวย แต่ช่วงแรกไม่รู้จะขายที่ไหน กระทั่งมีพี่ที่รู้จักมารับซื้อผัก แต่ผักบางส่วนก็เอาไปแลกเป็นขี้หมูเพื่อทำปุ๋ย แต่ผมคิดอยากจะทำผักปลอดสารพิษเลยไปเข้าร่วมโครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริวังน้ำเขียว ซึ่งที่โครงการเขามีการเรียนการสอน แต่ผมเองอ่านหนังสือไม่ออก เลยให้ลูกสาวมาช่วยงาน” เมื่อลุงสนั่นต้องการความช่วยเหลือ ลูกสาวอย่างคุณศุจินันท์ สิมศรีเลิศสุภา จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพแล้วออกเดินทางมาอยู่กับลุงสนั่นและป้าทิพวรรณ

 

 

“พอเรามาถึงสวนผักของคุณพ่อ ก็มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน เราจะรับหน้าที่พัฒนา คุณพ่อจะทำหน้าที่ดูแลสวน ส่วนคุณแม่จะทำเรื่องบัญชี ซึ่งเราอยากจะบอกว่าพื้นเพเราเป็นคนชอบเรื่องการทำเกษตรมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะก่อนจะย้ายไปอยู่กรุงเทพ คุณพ่อคุณแม่ทำเกษตรมาโดยตลอด ซึ่งพอเข้ามหาลัยเราก็อยากเรียนเกษตรแต่คุณพ่อคุณแม่ไม่สนับสนุน” คุณศุจินันท์ สิมศรีเลิศสุภา กล่าวย้อนถึงช่วงเวลานั้น

 

 

“ช่วงแรกเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก เพราะต้องแบกปุ๋ย ทำนู่นทำนี่ แต่เราก็มีความสุขเพราะได้ทำงานร่วมกับครอบครัวและได้ทำในสิ่งที่เราชอบ แล้วก็เข้าโครงการงเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริวังน้ำเขียว ที่นั่นสอนเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อปลูกผักปลอดสารพิษ กระทั่งโครงการ CAT DIGITAL COME TOGETHER มาเยี่ยมสวนผักของคุณพ่อ และเขาเห็นถึงความลำบาก เลยถามกับคุณพ่อว่าอยากได้รับความสะดวกสบายไหม เพราะเขาจะนำเทคโนโลยีมาให้ คุณพ่อก็ตอบตกลง ทาง CAT ก็เริ่มนำระบบรดน้ำ IoT มาติดตั้งที่สวน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน เพราะถ้าใช้คนอาจจะช้าลง แต่ระบบอัตโนมัติสามารถช่วยประหยัดเวลาของเราได้มาก สามารถสั่งการได้ด้วยมือถือ” คุณศุจินันท์ สิมศรีเลิศสุภา กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการ CAT  DIGITAL COME TOGETHER

 

 

“ทาง CAT ส่งโปรแกรมเมอร์มาสอนการใช้เทคโนโลยี ผมรู้สึกว่ามันไม่น่ากลัว แต่น่าตื่นเต้น ถึงแม้จะไม่เคยใช้ แต่เราก็ไม่คิดว่าจะทำไม่ได้ ต้องเรียนฝึกฝนเอา เพื่อที่จะสบายขึ้นในอนาคต เพราะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย มันดีที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ถ้าใช้คนอาจจะช้าลง แต่ระบบอัตโนมัติสามารถช่วยประหยัดเวลาของเราได้มาก การเป็นเกษตรกรถึงรายได้อาจจะได้น้อยแต่ว่าเราก็มีความสุขที่เราได้ทำ ได้ดูแลเอง” ลุงสนั่นกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม โดยปัจจุบันสวนผักปลอดสารพิษของลุงสนั่นได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์ แก่เกษตรกรท่านอื่นได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ เพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทย

 

Write a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *