10 ประโยชน์ของเกษตรอัจฉริยะ

 

มีเหตุผลมากมายที่จะนำวิธีการทำการเกษตรอัจฉริยะมาใช้ในการทำเกษตรเชิงพาณิชย์ หรือแม้แต่การทำการเกษตรในท้องถิ่น เมื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามามีส่วนสำคัญในการเก็บรวบรวมข้อมูล อุตสาหกรรมหลักอย่างการเกษตร ก็ย่อมจะได้รับประโยชน์ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเก็บและตรวจสอบข้อมูลด้านต่างๆ เช่น การเก็บข้อมูลความชื้นในดิน, อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ, และความเข้มของแสงแดด ในหลายๆ พื้นที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ และการเก็บเกี่ยวผลผลิตในฟาร์มขนาดใหญ่ รวมถึงท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ประชากรในโลกเพิ่มขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรและอาหารก็จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อการเก็บข้อมูลเชิงลึก มีเครื่องมือตรวจวัดต้นทุน แม่นยำ และมีเทคโนโลยี IoT เข้ามาร่วมก็จะเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตได้เป็นอย่างดี และนี่คือประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำการเกษตรอัจฉริยะ

 

  1. ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น –จากการปลูกและดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม อย่างเช่น การให้น้ำ, ปริมาณสารเคมีที่ใช้ และอัตราการเก็บเกี่ยวที่ตรงกับอัตราการผลิต

 

  1. การอนุรักษ์น้ำ – เครื่องตรวจวัดสภาพความชื้นดิน และสภาพอากาศ จะช่วยในเรื่องการใช้น้ำ เฉพาะตอนที่จำเป็นเท่านั้น

 

  1. มีระบบการรายงานผลแบบทันที ตลอดเวลาและมีข้อมูลการผลิตแบบเชิงลึก – เกษตรกรสามารถเห็นระดับการผลิต ความชื้นในดิน ความเข้มของแสงอาทิตย์และอื่นๆ ได้ในเวลาจริง และจากระยะทางไกลๆ เพื่อนำมาประกอบในกระบวนการตัดสินใจได้แบบทันที

 

  1. ลดต้นทุนในการดำเนินงาน –กระบวนการอัตโนมัติต่างๆ ทั้ง การปลูก, การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว สามารถลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรในภาพรวมลงได้

 

  1. เพิ่มคุณภาพการผลิต – ผลวิเคราะห์คุณภาพการผลิตและความสัมพันธ์ในการเก็บรักษา สามารถสอนให้เกษตรกรปรับกระบวนการเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้

 

  1. มีการประเมินผลที่ถูกต้องแม่นยำ – มีการติดตามผลอัตราการผลิตได้อย่างแม่นยำ แถมยังได้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำนายผลผลิตในอนาคตด้วย

 

  1. ช่วยพัฒนาการทำฟาร์มปศุสัตว์ –ทั้งเซนเซอร์และเครื่องมือต่างๆสามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบการผลิต และป้องกันโรคต่างๆ ที่เกิดกับสัตว์ในอดีต รวมถึงเทคโนโลยีจีโอเฟนซิ่ง ก็จะช่วยพัฒนาในเรื่องการติดตามสิ่งมีชีวิตและการบริหารจัดการ

 

  1. ลดผลกระทบที่มีต่อสภาพแวดล้อม – ถือว่าได้ผลดีเต็มทั้งอัตราการใช้น้ำที่ลดลง และได้ผลผลิตต่อแปลงเพิ่มขึ้น ซึ่งนี่ถือว่าส่งผลที่ดีมากต่อสภาพแวดล้อม

 

  1. การตรวจสอบแบบระยะไกล – เกษตรกร สามารถดูแลพื้นที่ทางการเกษตรได้ทั่วโลก เพียงแค่ใช้อินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ โดยสามารถดูได้ตามเวลาจริงจากทุกหนทุกแห่ง

 

  1. การตรวจสอบอุปกรณ์ – เครื่องใช้อุปกรณ์ทั้งหลายสามารถตรวจสอบได้จากปริมาณผลผลิต ประสิทธิภาพในการทำงานของคนงาน และก็การทำนายที่ผิดพลาด

 

อินเทอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ปรับปรุงขึ้นมาเพื่อเอื้อแก่อุตสาหกรรมหลากหลายประเภท จากประโยชน์ต่างๆ ของการทำเกษตรอัจฉริยะ ที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งในเรื่องการเก็บข้อมูลเชิงลึก การทำงานแบบอัตโนมัติผ่านเครื่องตรวจวัดต้นทุนต่ำ และระบบ IoT อุตสาหกรรมการเกษตรโดยภาพรวมจะได้รับประโยชน์กันแทบทั้งสิ้น แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่การเกษตรอัจฉริยะเท่านั้น นวัตกรรมการเกษตรใหม่ๆ ในสมัยนี้ ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่ออัตราการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

แปลข้อมูลจาก : https://www.c2m.net

Write a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *