เมื่อเทคโนโลยีคือ “จิ๊กซอร์” ตัวสำคัญของโอกาสการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ

“จะดีไหม ถ้าเทคโนโลยีเข้าไปช่วยแก้ปัญหาที่ไม่เคยแก้ได้มาก่อน”

“จะดีไหม ถ้าเด็กไทยมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีเพื่อนำไปต่อยอดสู่สิ่งที่เขาฝันในอนาคตอันใกล้”

พบคำตอบของคำถาม กับเรื่องราวประทับใจเล็กๆแต่มีความหมายต่อชุมชน ณ โรงเทศบาล ๓ บ้านต่ำบุญศิริ จังหวัดนครนายก

“เดิมทีค่าน้ำในโรงเรียนสำหรับเด็กนักเรียนที่ใช้ก็แพงมากอยู่แล้ว ถ้าเราปลูกผักเพื่อการเรียนรู้ ก็จะยิ่งเพิ่ม ค่าน้ำจะยิ่งแพงขึ้นไปใหญ่ เราจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไรดี” สิริวรรณ บุญลือ ครูชำนาญการพิเศษ ได้เล่าให้ฟังถึงปัญหาเรื่องน้ำที่ใช้ในโรงเรียน

 

 

จากที่คุณครูสิริวรรณ กำลังคิดหาทางแก้ปัญหานี้ได้สักพักหนึ่ง ก็ได้พบกับ “พี่แจ้” ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ในบริษัท CAT TELECOM ซึ่งทำเรื่องระบบน้ำอยู่พอดี ทั้งสองก็เลยได้คุยกันถึงปัญหาที่พบและวิธีที่จะพอแก้ไขได้ คุณครูจึงชวนพี่แจ้มาเยี่ยมชมโรงเรียนซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นพื้นที่จริงของปัญหาการใช้น้ำในการรดพืชผัก ซึ่งปัญหานอกจากค่าน้ำจะแพงแล้ว นักเรียนยังเสี่ยงอันตรายจากการเดินเท้าเข้าไปรดน้ำเองอีกด้วย

 

เพราะเข้าถึง.. จึงเข้าใจ

หลังจากนั้น พี่แจ้และทีม CAT CSR ก็ได้เข้าไปลงพื้นที่ที่โรงเรียนเทศบาล ๓ บ้านต่ำบุญศิริ จังหวัดนครนายก และไปเห็นพื้นที่จริง ได้เก็บข้อมูลเพื่อทำการบ้านเและเตรียมระบบในการจัดการน้ำให้เหมาะกับพื้นที่ปลูกพืชของโรงเรียน ต่อมาพี่แจ้และทีมก็ได้วางท่อน้ำจัดการระบบการปล่อยน้ำอัตโนมัติที่สามารถควบคุมได้ด้วยสมาร์ทโฟน เป็นไปตามแผนที่วางไว้และถ่ายทอดวิธีการใช้งานไปสู่ครูและนักเรียนในโรงเรียนเพื่อเป็นสิ่งที่จะมาทุ่นแรง ลดเวลาและค่าใช้จ่ายต่อไป พี่แจ้เค้าขับรถมาเลย มาวัดพื้นที่ ใช้พื้นที่เท่าไรที่ต้องรดน้ำแล้วก็ประมาณการ พวกท่อต่างๆก็ของเค้าหมดเลย พี่แจ้ทําเองด้วยนะ ทำกับน้องเรียวสองคน ปุ้มก็แปลกใจ วิศวกรกับโปรแกรมเมอร์ เค้าตัดท่อได้ เค้าทากาว เลอะเทอะได้เหมือนช่างทั่วไป” คุณครูสิริวรรณ เล่าถึงตอนที่ทีมงานของ “CAT” เข้าไปลงพื้นที่

 

ต่อยอดสู่การเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ

ความเป็นผู้ให้ของครูสิริวรรณและการสนับสนุนจากพี่แจ้ ส่งต่อให้ทั้งคู่นำความรู้เรื่องเทคโนโลยีการรดน้ำนี้ไปสอนให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ จดจำ และทำตาม สอนให้รู้จักทุกกระบวนการตั้งแต่เรียนรู้ระบบอิเลคทรอนิกส์ จากนั้นสอนเขียนโปรแกรมเขียนโค้ท จวบจนทำคำสั่งการรดน้ำติดตัวเป็นความรู้เพื่อนำไปช่วยพัฒนาการเกษตรของครอบครัวอีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่สิ่งที่นักเรียนสนใจในอนาคต เกิดเป็นอาชีพได้อีกด้วย

 

 

เป็นประโยชน์ที่เราไม่ต้องมาคอยเดินรดน้ำเองเหมือนแต่ก่อน เราก็ทําระบบรดน้ำอัตโนมัติ เพื่อตรวจว่าอุณหภูมิดินเท่าไหร่แล้วเราถึงจะรดน้ำครับ ก็คือการทดลองตรวจอุณหภูมิของดิน แล้วเปิดสั่งการทางโทรศัพท์ง่ายๆ ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยเลยครับ” น้องภูผา ศรีอาวุธ – นักเรียนชั้น ม.1 โรงเทศบาล ๓ บ้านต่ำบุญศิริ

พาสังคมก้าวทันยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องกระจายการเข้าถึงเทคโนโลยี 

สิ่งที่สําคัญที่สุดคืออาวุธที่เด็กจะต้องเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต สิ่งที่เรามองในมิติของ CAT เองเราเป็นผู้นําทางด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคม เราก็พยายามจะให้ความรู้ที่เด็กจะต้องนําไปใช้ประกอบอาชีพไปใช้กับครอบครัว โดยนําความรู้ที่ CAT มีอยู่เอาไปเติมให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กนํามาประยุกต์ใช้ในเรื่องของเกษตรแบบพอเพียงชาตรี เชื้อสกุล ผู้ช่วยผู้อํานวยการสํานักงานบริการลูกค้า กสท  เขตตะวันตก รักษาการแทนในตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานบริการลูกค้าเขตตะวันออก

 

 

ด้วยบทบาทของ CAT TELECOM นอกจากจะเป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมแล้ว ยังเป็นผู้ส่งต่อเทคโนโลยีควบคู่กับองค์ความรู้โดยผ่านโครงการ CSR ที่มีชื่อว่า “CAT  Digital Come Together” ซึ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี IOT (Internet of Things) ให้นักเรียนได้เรียนรู้ทำความเข้าใจและนำไปใช้งานจริง โดยความคาดหวังของ “CAT” นั้น อยากเห็นพี่น้องเกษตรกรและครอบครัวมีรายได้สูงขึ้นและประหยัดเวลาในการทำการเกษตร สามารถเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการทำอาชีพด้านเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้นสามารถขยายผลไปสู่ทุกพื้นที่ของสังคมไทยในระยะยาวได้

 

Write a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *